สายบุญนำพา 8 ที่วัดน่าท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี

รอบนี้มิได้ย้ำทัวร์ 9 วัด 10 วัด แต่ว่าจะเน้นย้ำเสนอแนะ 10 วัดน่าท่องเที่ยวที่สายบุญแล้วก็สายท่องเที่ยวไม่สมควรพลาด เพราะเหตุว่าแต่ละที่ เว้นแต่แวะแล้วเป็นมงคล ยังได้จะได้ดูภาพบรรยากาศงามๆข้างในวัดไปพร้อม ดีไม่ดีบางบุคคลมีเวลาต้องการสงบบางทีก็อาจจะได้กิจกรรมแถม ถ้าหากผู้ใดมีเวลานั่งสมาธิรักษาศีลร่วมด้วย เพราะว่าบางวัดมีจัดให้บริการ

1.วัดสิรินธรวราราม
ถ้าเกิดมีใครบางคนถามหาต้นไม้เรืองแสงในประเทศไทย จำเป็นต้องชี้เป้ามาที่วัดสิรินธรวราราม (ภูเขาพร้าว) ที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเหตุว่าวัดนี้สะดุดตาด้วยการออกแบบลวดลายที่พื้นรอบโบสถ์ด้วยลายไทยที่สะท้อนแสงได้ ระหว่างที่บริวเณหน้าบันตั้งแต่พื้นถึงหลังคา เป็นรูปต้นไม้ที่เรืองแสงในช่วงกลางคืน ก็เลยเป็นที่มาการเกิดของต้นไม้เรืองแสงในประเทศไทยที่คนกล่าวถึงนั้นเอง แถมเป็นการปรากฏที่ไม่จำกัดให้คนท่องเที่ยววัดจะต้องไปแค่เวลากลางวันอีกด้วย เนื่องจากหากแม้เป็นตอนๆตอนกลางวัน ลวดลายที่ฝาผนังโบสถ์ พื้นบริเวณส่วนหลังติดอยู่ เสาแล้วก็ลวดลายเชิงชาย ช่อฟ้า และก็พญานาคที่ดีไซน์ปิดล้อมกำแพงรอบโบสถ์ รวมทั้งความงดงามของลวดลายตั้งแต่หัวถึงหางของพญานาคก็สวยสดงดงามถึงแม้ในแสงสว่างธรรมชาติช่วงเวลากลางวัน

สนใจ รถ เช่า อุบล เลือกเช่ากับ Drivemate

2.วัดพระบรมธาตุหนองบัว
ตั้งอยู่ที่ถนนหนทางธรรมวิถี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี มีเจดีย์ขาวทรงเหลี่ยมเป็นเครื่องหมายที่สะดุดตาของสงฆ์ที่ใครๆก็จำต้องแวะไปเยี่ยมและก็หาจังหวะเดินดูเนื้อหาอีกทั้งรอบๆภายนอกรวมทั้งความประณีตของเสาข้างในเจดีย์ ซึ่งมีพระประธาน 4 องค์ตั้งไว้แบบจัตุรมุข ลวดลายที่ตกแต่งไว้แถบไม่เหลือพื้นที่ว่างด้านในตัวเจดีย์อีกทั้งส่วนของฝาผนังถึงเพดาน นับว่าเป็นลักษณะของเจดีย์ที่หาดูได้ยากในประเทศไทยทั้งยังการทาสีขาวอีกทั้งองค์รวมทั้งการออกแบบเป็นทรงเหลี่ยม จากวัดนี้ใช้เวลาไปท่าอากาศยานอุบลฯเพียงแค่ 10 นาที ยังไงเผื่อเวลาแวะดูไว้สักหน่อยการันตีไม่เสียเที่ยว

3.วัดถ้ำคูหาสรวงสวรรค์
คุณลักษณะเด่นของสงฆ์นี้ เป็นมีเจดีย์ที่มีองค์เจดีย์สีขาวส่วนยอดทั้งปวงเป็นสีทองคำ และฆ้องยักษ์ที่สูงใหญ่มากยิ่งกว่าคนหลายเท่า ตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ติดแม่น้ำโขง ทำให้รอบๆวัดเป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่ง คนไหนที่ท่องเที่ยวอุบลแล้วมีโปรแกรมที่จะไปเขาหินแต้ม มักไม่ยินยอมพลาดแวะเยี่ยมวัดนี้ รวมทั้งรอบๆข้างในถ้ำยังเป็นที่ตั้งร่างของหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ให้ศิษย์และก็ผู้เชื่อถือแวะกราบนมัสการด้วย

4.วัดทุ่งศรีเมือง
ตั้งอยู่ศูนย์กลางเมืองจังหวัดอุบลราชธานี รอบๆทางหลวง นับว่าเป็นวัดที่มีพื้นที่เปิดเตียนรับรองแขกบ้านแขกบ้านแขกเมืองของอุบลฯวัดหนึ่งอย่างยิ่งจริงๆ รอบๆวัดมีหอพักพระไตรปิฎกโบราณที่สร้างมาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 3 เป็นเรือนไม้ทั้งยังข้างหลังตั้งเด่นอยู่กึ่งกลางสระที่นักเดินทางร้อยทั้งยังร้อยจำเป็นต้องแวะไปเก็บภาพ เนื่องจากว่าแม้ว่าจะเป็นเพียงแต่ตึกข้างหลังเล็กๆแม้กระนั้นก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ของศิลปะดั้งเดิมกับตัวตึกที่เป็นไม้บอกความเก่าแก่ที่เปิดให้ดูฟรีเป็นอะไรที่หาดูได้ยาก แค่เพียงได้เดินบนสะพานไม้ที่เชื่อมไปถึงตัวหอพักพระไตรปิฎก ก็ให้ความรู้ความเข้าใจสึกเสมือนได้ท่องเที่ยวย้อนอดีตในช่วงสั้นๆแล้ว

5.วัดบ้านนาเมือง
มีอีกชื่อหนึ่งว่า วัดสระผสานสุข จุดแข็งของสงฆ์นี้ เป็นโบสถ์ที่สร้างไว้กึ่งกลางสระที่ตั้งอยู่บนฐานรูปเรือสุพรรณหงส์ตกแต่งด้วยเซรามิก และก็ยังมีอาคารบ้านเรือนที่จำเป็นต้องไม่พลาดดูอีก เป็นต้นว่า วิหารกึ่งกลางน้ำบนฐานรูปเรือธรรมพญางู ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกเมื่อเชื่อวัน หอระฆังประดับประดาเซรามิก รวมถึงพิพิธภัณฑสถานหลวงปู่บุญมี สมัยก่อนเจ้าอาวาสที่ตายแล้ว การออกแบบส่วนต่างๆของสงฆ์นี้ทำให้พวกเรามีความเห็นว่าแรงเชื่อถือของคนอีสานสำหรับการสร้างวัดนั้นทุ่มเทรวมทั้งประดิษฐ์ไม่น้อยกว่าภาคไหนๆ

6.วัดมหาวนาราม
แปลจากชื่อวัดเป็นภาษาไทยทั่วๆไป จะซึ่งก็คือ วัดป่าใหญ่ ซึ่งเดิมชาวอุบลฯ เรียกวัดนี้ว่าวัดป่าหลวง ซึ่งหลวงในภาษาอีสานรวมทั้งเหนือ ก็ซึ่งก็คือ ใหญ่ นั่นเอง นับว่าเป็นวัดดั้งเดิมประจำเมืองแห่งหนึ่งของอุบลฯ สร้างด้วยศิลป์แบบล้านนาที่ตัวโบสถ์หรือโบสถ์จะไม่สูงมากมาย มีหลังคาจั่วหลายชั้น ตั้งอยู่กลางเมืองรอบๆ ทางหลวง ตำบลในเมือง ซึ่งเป็นรอบๆที่มีวัดหลายวัดเรียงรายตั้งอยู่ชิดกัน บางครั้งก็จะมีคนเรียกวัดนี้ในอีกชื่อว่า วัดพระผู้เป็นเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ตามชื่อพระประธานที่ตั้งอยู่ในโบสถ์

7.วัดหนองป่าดง
หรือวัดหลวงปู่ชา มีเจดีย์ทรงเดียวกับพระบรมสารีริกธาตุพนม ตรงนี้นับว่าเป็นเจ้าตำรับวัดป่าในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่คนจำนวนไม่น้อยรู้จักดี เนื่องจากว่าฯลฯสายของสงฆ์ป่าข้างอรัญวาสี ที่มีลูกลูกศิษย์ของหลวงปู่ชาแยกออกไปตั้งวัดสาขาในอีกหลายจังหวัด ตั้งอยู่ที่อำเภอวารินชำราบ เป็นอำเภอที่อยู่ติดอำเภอเมืองแบบแทบเรียกว่าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของอำเภอเมืองอุบลนั่นเอง ด้วยเหตุว่าเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ข้างในวัดก็เลยสัมผัสได้ถึงความเงียบ สงบ ครั้งใดก็ตามไปเยี่ยม รวมถึงสัมผัสได้ถึงความร่มรื่นจากธรรมชาติรอบๆรอบๆของพื้นที่วัด

8.วัดแจ้ง
หากต้องการมองเห็นวัดที่ต้นแบบของสงฆ์ทางอีสานใต้ จำเป็นต้องไปวัดแจ้ง ด้วยเหตุว่าวัดนี้มีโบสถ์ที่เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมเริ่มแรกของสงฆ์ในแคว้น ตัววัดตั้งอยู่รอบๆถนนหนทางสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง หรือเรียกว่าศูนย์กลางเมืองอุบลฯเลย สร้างมาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 เดี๋ยวนี้ก็เลยจัดเป็นโบราณสถานที่สำคัญ ดังนั้นจุดหนึ่งที่แวะไปแล้วต้องหาให้พบเป็นอุโบสถข้างหลังเล็กเริ่มแรกที่มีขนาดก้าง 6 เมตร ยาว 15 เมตร สูง 10 เมตร ยกพื้นเตี้ย ตัวตึกแสดงถึงความสามารถงานจำหลักไม้ชั้นเอก หลังคากระเบื้องเซรามิก ตรงบันไดทางขึ้นมีปูนปั้นเป็นรูปไอ้เข้หมอบ ไม่เหมือนกับวัดในอีสานทั่วๆไปที่เป็นพญานาค แล้วก็เนื้อหาทางศิลป์มากไม่น้อยเลยทีเดียวที่น่าไปค้นหา โบสถ์ข้างหลังนี้ได้รับการบูรณะเรื่อยๆมา ทำให้ยังคงภาวะเริ่มแรกจนกระทั่งเดี๋ยวนี้

 

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *